Category Archives: Uncategorized

การวางแผนการออมการลงทุนแบบสม่ำเสมอตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic DCA)

ตามทัศนะศาสนาอิสลามถือว่าศาสนาคือแนวทางการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่ครอบคลุมและมีความบริบูรณ์ในทุกด้านและทุกมิติของชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีหลักชะรีอะฮ์มารองรับในทุกบริบทของชีวิต การออมและการลงทุนเป็นพื้นฐานในเรื่องของการวางแผนทางการเงินสำหรับทุกๆคน ที่มีรายจ่ายในการดำรงชีวิต หากปราศจากซึ่งการวางแผนการออมและการลงทุน บุคคลนั้นย่อมประสบกับความยากลำบากด้านการเงิน อันเป็นเหตุให้อาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีพตามปกติได้ เช่น อาจจะต้องไปกู้ยืมเป็นหนี้สิน ไม่มีเงินใช้จ่ายยามเจ็บป่วย  ไม่มีเงินสำหรับใช้จ่ายในครอบครัว เป็นต้น ดังปรากฎในอัลกุรอาน ความว่า “และพวกสูเจ้าจงกินและจงดื่ม และพวกสูเจ้าอย่าได้สุรุ่ยสุร่าย  แท้จริงพระองค์มิทรงรัก บรรดาผู้ที่สุรุ่ยสุร่าย” (อัล-อะอฺรอฟ อายะฮฺที่ 31) “และ (คือ) บรรดาผู้ซึ่งเมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และพวกเขาก็ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว และปรากฏว่าระหว่างสิ่งดังกล่าว คือความเป็นกลาง (ระหว่างการสุรุ่ยสุร่าย และความตระหนี่)” (อัล-ฟุรกอน อายะฮฺที่ 67) หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์แห่งชะรีอะฮ์(Maqasid al Shariah) ระดับแรก แสดงถึงการให้ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ ดุรุริยาต (Dururiyat)  โดยได้เน้นย้ำในการนำเสนอความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เป็นสวัสดิการพื้นฐานสำหรับโลกนี้และโลกหลังความตาย เป็นสิ่งที่ควรได้รับการดูแลอย่างเคร่งครัดและทั่วถึง หากว่ามีความบกพร่องเกิดขึ้นในขั้นนี้ จะทำให้เกิดความยุ่งเหยิงและโกลาหลในสังคมบนโลกนี้และนำมาซึ่งความสูญเสียได้(al-Khusran al-Mubin) การวางแผนการออมและการลงทุน สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ตามเจตนารมย์ของหลักชะรีอฮ์ คือ การปกป้องด้านศาสนา/ความเชื่อ (Protection al- Din) การมีเงินออมพอเพียงเมื่อต้องใช้เงินในยามฉุกเฉินเช่น เมื่อเจ็บไข้ ประสบอุบัติเหตุ หรือเกษียณอายุ จะทำให้มุสลิมไม่ต้องไปกู้ยืม บางคนไปกู้ยืมแบบมีดอกเบี้ยซึ่งเป็นบาปใหญ่ หรือบางคนต้องไปทำงานเสริมที่ทำให้ไม่สามารถละหมาดได้ครบ 5 เวลาเป็นต้น การปกป้องด้านการดำรงชีวิต (Protection of

Read more

หลักชะรีอะฮ์ และเจตนารมณ์ของหลักชะรีอะฮ์

หลักชะรีอะฮ์(Shariah Law) หรือกฎหมายอิสลาม หมายถึง “หลักธรรมอันเป็นข้อกำหนดต่างๆในชีวิตมนุษย์ ซึ่งอัลลอฮ์ (พระผู้เป็นเจ้า)  ประทานเป็นธรรมบัญญัติให้มนุษย์ปฏิบัติตาม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ การกระทำ หรือเกณฑ์จริยธรรมสำหรับมนุษย์” ทั้งนี้ หลักธรรมอันเป็นข้อกำหนดต่างๆที่กล่าวถึงประกอบขึ้นมาจากแหล่งอ้างอิงสำคัญ 4 แหล่ง คือ คัมภีร์อัล-กุรอาน คำสอน การปฏิบัติ และการเห็นชอบของท่านศาสดามูฮัมมัด ซ.ล. (อัล-ฮะดีษหรืออัส-ซุนนะฮ์) ความเห็นอันเป็นเอกฉันท์ของนักวิชาการ (อัล-อิจญมาอ์) การเทียบเคียงกรณีใหม่ๆ เข้ากับกรณีเดิมที่ปรากฏอยู่ในคำสอนทางศาสนา ที่มีมูลเหตุเดียวกัน หรือ ธรรมชาติของกรณีนั้นๆ ที่เหมือนกันในทางชะรีอะฮ์ (การเทียบเคียงดังกล่าวเรียกว่า อัล-กิยาส) สำหรับธุรกรรมของการลงทุนในหุ้น อาจหมายถึง กฏเกณฑ์ ข้อบังคับ มาตรฐานและแนวทางปฏิบัติของศาสนาอิสลามที่บังคับใช้กับธุรกรรมทางการเงิน ที่ได้มาจากการกิยาสแล้ว เจตนารมย์ของชะรีอะฮ์(Maqasid al-Shar’iyah) ดุรุริยาต (Dururiyat) : หลักประกันพื้นฐาน หลักประกันความมั่นคงด้านศาสนา/ความเชื่อ (Din) หลักประกันความมั่นคงด้านชีวิต (Nafs) หลักประกันความมั่นคงด้านการสืบสายพันธุ์ (Nasl) หลักประกันความมั่นคงด้านทรัพย์สิน (Mal) หลักประกันความมั่นคงด้านสติปัญญา (‘Aql) เจตนารมณ์แห่งชารีอะฮ์ระดับแรก แสดงถึงการให้ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานของชีวิตมนุษย์ โดยได้เน้นย้ำในการนำเสนอหลักประกันความมั่นคงของมนุษย์ เป็นพื้นฐานสำหรับโลกนี้(ดุนยา)และโลกหน้า(อาคีเราะฮ์)

Read more

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 2 เงินสด หรือ ธนบัตร เหรียญเงินสกุลต่างๆ

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 2 เงินสด หรือ ธนบัตร เหรียญเงินสกุลต่างๆ เงินตราสกุลต่างๆ ในปัจจุบันเช่น ริยาล ดอลลาร์ บาท เป็นต้น หุก่มเหมือนกับทองคำและโลหะเงิน หากถึงพิกัดทองหรือเงิน ถือว่าต้องจ่ายซะกาตจำนวน 2.5 % เมื่อครบรอบปีปฏิทินอิสลาม เงินสด หรือ ธนบัตร หรือ เหรียญที่จะนำมาคำนวณซะกาตก็คือ เงินสดที่เก็บไว้ในรูปของเงินสกุลใดก็ตาม อาจจะเก็บไว้ที่ บ้าน หรือ ในตู้นิรภัย ถือว่าจะต้องนำมาคำนวณเพื่อออกซะกาต หากมีการเก็บสะสมเงินสดไว้ครบรอบ 1 ปีปฏิทินอิสลาม แต่ถ้าหากเงินสดมีการใช้จ่ายหมุนเวียน คือ มีการได้มาและเบิกจ่าย ให้ใช้ยอดต่ำที่สุด (Lowest Balance) ในรอบปี เป็นยอดที่นำมาคำนวณ เนื่องจากเป็นจำนวนที่แสดงถึงความมั่งคั่งของทรัพย์สินประเภทเงินสด (Wealth) ในรอบปีที่ผ่านมา จากตัวอย่างในรูปภาพให้นำยอด 3,000 บาท ไปคำนวณการออกซะกาต ในกรณีที่ไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินใดๆ   หากไม่ได้มีการเก็บเงินสดไว้ นอกบัญชีธนาคารจำนวนมาก กล่าวคือ มีการใช้หมดเบิกใหม่จากธนาคารหรือตู้ ATM  หมุนเวียน หมดไปตลอดทุกเดือนหรือในรอบปีที่ผ่านมา โดยเก็บสะสมเงินไว้ในบัญชีธนาคารเป็นหลัก จะถือว่าให้พิจารณายอดในบัญชีธนาคารหรือสถาบันการเงิน

Read more

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 1 เงินฝาก ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 1 เงินฝาก ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์ เงินฝากสถาบันการเงินต่างๆ เช่น ธนาคาร สหกรณ์ หรือสถาบันการเงินอื่นๆ หุก่มเหมือนกับทองคำและโลหะเงิน หากถึงพิกัดทองหรือเงิน ถือว่าต้องจ่ายซะกาตจำนวน 2.5 % เมื่อครบรอบปีปฏิทินอิสลาม เงินฝากที่ต้องนำมาคำนวณ ได้แก่ เงินฝากทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบัญชรการออม บัญชีการลงทุนหรือบัญชีเงินเดือน คือ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากประเภทลงทุน ฯลฯ ทั้งนี้หากฝากเงินกับสถาบันการเงินทั่วไป ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอิสลาม ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก จะต้องไม่นำดอกเบี้ยมาคำนวณซะกาต เนื่องจากเป็นเงินบาป หรือรายได้ที่ฮารอมนั้นเอง วิธีการคำนวณ ซะกาต เงินฝาก  เปิดสมุดบัญชีธนาคาร โดยพิจารณาจากยอดเงินคงเหลือ (Balance) ตลอดปีที่ผ่านมาโดยไม่ต้องสนใจยอดการฝากหรือถอน ให้นำยอดคงเหลือที่ต่ำที่สุดในรอบปี ไปคำนวณซะกาต เนื่องจากเป็นจำนวนที่แสดงถึงความมั่งคั่งของทรัพย์สินประเภทเงินฝาก (Wealth) ในรอบปีที่ผ่านมา จากตัวอย่างข้างต้นยอดเงินฝากในรอบปีที่จะนำไปคำนวณซะกาต เท่ากับ 23,000บาท   หากมีเงินฝากอยู่หลายบัญชี ให้ทำการรวมยอดในแต่ละเดือน ให้พิจารณาจากยอดเงินคงเหลือ (Balance) ตลอดปีที่ผ่านมาโดยไม่ต้องสนใจยอดการฝากหรือถอน ให้นำยอดคงเหลือที่ต่ำที่สุดในรอบปี ไปคำนวณซะกาต เนื่องจากเป็นจำนวนที่แสดงถึงความมั่งคั่งของทรัพย์สินประเภทเงินฝาก (Wealth)

Read more

โรงพยาบาลตามหลักอิสลาม ตอนที่ 2

“โรงพยาบาลอิสลามในประเทศไทย เป็นไปได้หรือไม่”  หรือโรงพยาบาลอิสลาม ในตอนแรก ซึ่งเป็นการเกริ่นถึงความจำเป็นและโอกาสของธุรกิจโรงพยาบาล จนวันนี้โครงการนี้ก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่ และกำลังถูกผลักดันให้เกิดจากองค์กรที่รับผิดชอบ (ขออุบไว้ก่อน) อย่างไรก็ตามโครงการนี้ยังเคาะไม่ได้ว่า โรงพยาบาลอิสลามในฝันของสังคมมุสลิมบ้านเรา จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร บริหารจัดการอย่างไร เป็นธุรกิจเต็มรูปแบบหรือไม่ หรือเป็นโรงพยาบาลการกุศล ฉบับนี้เรามาหาคำตอบกัน ขึ้นชื่อว่าโรงพยาบาลอิสลาม ซึ่งแน่นอนต้องอยู่ในรูปแบบโรงพยาบาลเอกชน เพราะภาคเอกชนเป็นเจ้าของ แต่คำว่าเอกชนเป็นเจ้าของก็มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ เป็นองค์กรที่แสวงหากำไร กับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งก็เป็นไปได้ทั้ง 2 รูปแบบ ซึ่งมีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าโครงการซึ่งเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท หากองค์กรที่เป็นเจ้าของ ระดมเงินทุนในรูปแบบเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แน่นอนโรงพยาบาลดังกล่าวก็จะกลายเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งต้องอาศัยเงินบริจาคทั้งการก่อสร้าง เครื่องมือแพทย์ และทุกๆ ปีต้องขอเงินบริจาคเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการให้บริการรักษาผู้ป่วย (นอกเหนือจากเงินอุดหนุนจากรัฐบาล สปสช. สปส.) การระดมเงินทุนบริจาคหลายร้อยล้านบาทเป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลานาน ดังนั้นจึงไม่สามารถพิจารณาแค่เพียงเงินบริจาคเพียงอย่างเดียวได้ ทางเลือกอื่นๆ ได้แก่ การขายหุ้น และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หากระดมทุนด้วยการขายหุ้น แน่นอนโรงพยาบาลจะอยู่ในรูปของบริษัทที่แสวงหากำไร และเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ ซึ่งก็คงไม่ตอบโจทย์ของพี่น้องมุสลิมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะพี่น้องที่มีฐานะยากจน และที่สำคัญองค์กรที่เป็นเจ้าของโครงการก็คงไม่เลือกทางนี้ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กร และวัตถุประสงค์ของโรงพยาบาลที่ต้องการช่วยเหลือด้านการแพทย์กับสาธารณชน แล้วจะทำอย่างไร เมื่อโรงพยาบาลต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ทั้งค่าก่อสร้าง เครื่องมือแพทย์ และเงินทุนหมุนเวียน ครั้นจะทำเป็นโรงพยาบาลสาธารณกุศล ก็ติดเรื่องเงินบริจาคที่อาจไม่สามารถหาได้เพียงพอ

Read more
« Older Entries