Tag Archives: การเงินอิสลาม

นิศอบพิกัดทองคำ และโลหะเงินประจำเดือนเมษายน 2557

นิศอบพิกัดทองคำประจำเดือนเมษายน ฿109,950 บาท (ลดลงจากเดือน มีนาคม 2557 -0.31%) เป็นราคาเฉลี่ย 12 เดือน เพื่อสะท้อนถึงค่าครองชีพขั่นต่ำในรอบปีที่ผ่านมา สามารถดูนิศอบพิกัดทองคำย้อนหลังได้ มกราคม 2551 – เมษายน 2557 ได้ดังนี้   นิศอบพิกัดโลหะเงินประจำเดือนเมษายน ฿13,960 บาท (ลดลงจากเดือน มีนาคม 2557 -1.18%) เป็นราคาเฉลี่ย 12 เดือน เพื่อสะท้อนถึงค่าครองชีพขั่นต่ำในรอบปีที่ผ่านมา สามารถดูนิศอบพิกัดทองคำย้อนหลังได้ มกราคม 2551 – เมษายน 2557 ได้ดังนี้   สามารถอ่านรายละเอียดการเลือกใช้นิศอบเพื่อเป็นพิกัดขั้นต่ำในการจ่ายซะกาตได้ในหัวข้อ นิศอบพิกัดทองคำและโลหะเงินในการจ่ายซะกาต       วัลลอฮุอะลัม เรียบเรียงโดย Muhammad Azmii Mahamad หมายเหตุ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่บทความด้วยการอ้างอิงถึง http://www.การเงินอิสลาม.com หรือ http://www.islamicfinancethai.com

Read more

หน่วยงานที่สำคัญของระบบการเงินอิสลาม

หน่วยงานที่สำคัญของระบบการเงินอิสลาม ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาระบบการเงินอิสลามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับมีการพัฒนาหน่วยงานต่างๆ ขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตอของระบบการเงินอิสลาม เพื่อให้มีความเป็นสากลและมีมาตรฐานที่ดีเยี่ยมในระดับนานาชาติ หน่วยงานที่สำคัญต่างๆของระบบการเงินอิสลามมีดังต่อไปนี้   ปี 1975 มีการก่อตั้ง ธนาคารการพัฒนาอิสลาม (Islamic Development Bank หรือ IDB) เป็นธนาคารแรกเริ่มที่มีความสำคัญกับระบบการเงินอิสลาม มีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมุสลิม โดยเป็นธนาคารแรกที่ดำเนินภายใต้หลักชะรีอะฮ์ ปี 1988 จัดตั้ง สถาบันนิติศาสตร์แห่งโอไอซี(OIC Fiqh Academy) เพื่อศึกษาปัญหาอันเนื่องมาจากธุรกรรมสมัยใหม่โดยพิจารณาภายใต้หลักชะรีอะฮ์ และตัดสินและหาทางออกภายใต้หลักชะรีอะฮ์ ปี 1991จัดตั้ง องค์กรการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม (AAOIFI หรือAccounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions)เพื่อสร้างมาตราฐานการบัญชี การตรวจสอบ บรรษัทภิบาล จริยธรรม และมาตรฐานด้านชะรีอะฮ์ สำหรับอุตสาหกรรมและสถาบันการเงินอิสลาม ปี 2001 จัดตั้ง สภาธนาคารและสถาบันการเงินอิสลาม(General Council for Islamic Banks and Financial Institutions หรือ CIBAFI) ทำหน้าที่สนับสนุนและส่งเสริม

Read more

อัพเดตสถานะระบบการเงินอิสลามปี 2013 ที่ผ่านมา

ในปี 2013 ที่ผ่านมาระบบการเงินอิสลามยังคงมีการพัฒนาในหลายๆประเทศ อย่างต่อเนื่อง จากรูปภาพจะเห็นว่าประเทศที่แกนหลักของระบบการเงินอิสลามนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากแผนที่โลกข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีประเทศมากกว่าครึ่งโลกที่เข้ามามีส่วนร่วมกับระบบการเงินอิสลาม มิใช่จำกัดอยู่เฉพาะเพียงแต่ในเฉพาะประเทศมุสลิมเท่านั้น สินทรัพย์รวมของระบบการเงินอิสลามทั้งโลก(Global Islamic Assets)เติบโตจากช่วงปี 1990 ที่มีมูลค่าเพียง 150 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ สู่ระดับมูลค่าสินทรัพย์รวม ฯ 1.8 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐในปี 2013 เป็นการเติบโตเฉลี่ย 16% ในทุกๆปี และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 ระดับมูลค่าสินทรัพย์รวม ฯ จะมีมูลค่าสูงถึง 6.5 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ จากมูลค่าสินทรัพย์รวมของระบบการเงินอิสลาม(Islamic Financial System) 1.8 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ ในปี 2013 อันดับหนึ่งมาจากมูลค่าสินทรัพย์ของระบบธนาคารอิสลาม(Islamic Banking) 80 % หรือประมาณ 1.44 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ อันดับที่สอง มูลค่าจากพันธบัตรอิสลามหรือตราสารศุกูก(Sukuk) 15% หรือประมาณ 0.27 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ อันดับที่สาม มูลค่าจากกองทุนอิสลาม(Islamic Funds) 4 % หรือประมาณ 0.072 ล้านล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ

Read more

นิศอบพิกัดทองคำและโลหะเงินในการจ่ายซะกาต

นิศอบพิกัดทองคำและโลหะเงินในการจ่ายซะกาต   จากคำสั่งของท่านรสูลุลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวว่า “เมื่อท่านครอบครอง (โลหะเงิน) จำนวน 200 ดิรฺฮัม และครบรอบปี ในจำนวน ( โลหะเงิน ) นั้น จะต้องจ่าย (ซะกาต) 5 ดิรฺฮัม, และไม่ต้องจ่ายสิ่งใด (หมายถึงไม่ต้องจ่ายซะกาตทองคำ) จนกว่าท่านจะครอบครองทองคำจำนวน 20 ดีนารฺ ซึ่งหากท่านครอบครองทองคำ 20 ดีนารฺ พร้อมกับครบรอบปี เช่นนี้จะต้องจ่าย (ซะกาต) ครึ่งดีนารฺ และหากมีจำนวนมากกว่านั้นก็ให้คำนวณตามจำนวน (ที่เพิ่ม) นั้น” (บันทึกหะดิษโดยอิมามอบูดาวูด เลขที่ 1575 หะดิษเศาะเฮียะฮฺ) จากหะดิษข้างต้นจะเห็นได้ว่ามุสลิมที่มีทองคำหรือโลหะเงิน ครอบตามจำนวนนั้นจะต้องออกซะกาตแก่บุคคล 8 จำพวกที่ศาสนากำหนดไว้ (5/200 หรือ 0.5/20) เท่ากับ 2.5 % เมื่อถือครองครบรอบปีปฏิทินอิสลาม ต้องครบนิศอบหรือพิกัดขั้นต่ำ ดังนี้ -พิกัดของทองคำ(Gold) ที่ต้องจ่ายซะกาตเมื่อครบจำนวน 20 ดีนารฺ หรือเท่ากับทองคำหนักประมาณ 85 กรัม หรือเท่ากับทองคำ

Read more

การทำให้รายได้บริสุทธิ์ตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Income Purification)

การทำให้รายได้บริสุทธิ์ตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Income Purification) การทำให้รายได้หรือทรัพย์สินของมุสลิมเรานั้น สะอาดหรือบริสุทธิ์(Income Purification) ตามหลักศาสนาอิสลามนั้น แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ การจ่ายซากาต (Zakat) และการบริจาคเงินที่ฮารอม (HARAM) ที่ไม่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ซึ่งเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่จะต้องรักษารายได้หรือทรัพย์สินของเราให้สะอาดบริสุทธิ์เพื่อจะได้เกิด   บารอกัตหรือสิริมงคลกับการใช้ชีวิตและการทำอิบาดะห์นั้นจะได้รับการตอบรับและตอบแทนจากพระองค์อัลลอฮฺ หากรายได้หรือทรัพย์สินนั้นไม่บริสุทธิ์ มีรายได้หรือเงินที่ได้จากธุรกรรมที่ผิดหลักศาสนาหรือไม่ได้มีการจ่ายซะกาตแก่ผู้มีมีสิทธิได้รับซะกาต และหากนำเงินหรือทรัพย์สินที่สะอาดหรือบริสุทธิ์ไม่มาใช้อุปโภคบริโภค อันเป็นเหตุทำให้การทำอิบาดะห์ต่างๆไม่ถูกตอบรับจากพระผู้เป็นเจ้าดังพระมหาคำภีร์อัลกรุอ่าน ความว่า  “และ (นบีมุฮัมมัด) จะอนุมัติให้แก่พวกเขา (ประชาชาติ) สิ่งที่ดีๆทั้งหลาย และจะให้เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขาซึ่งสิ่งที่เลวทั้งหลาย”อัลอะอฺรอฟ อายะห์ 157 การจ่ายซะกาตให้กับบุคคล 8 จำพวก  ซะกาต แปลว่า การทำให้สะอาดบริสุทธิ์ (Purification) และการเจริญเติบโตเรื่องซะกาตนั้นเป็นเรื่องเดียวในรุก่น 5 ประการ (หลักบัญญัติ) ของอิสลาม ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือการเงิน ดังนั้นการจ่ายซะกาต จะทำให้ทรัพย์สินของมุสลิมนั้นมีความบริสุทธิ์(Purification) เพราะซะกาตเป็นสิทธิ์ของบุคคลที่ถูกกำหนดให้มีสิทธิรับซะกาตได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นสิทธิของเจ้าของทรัพย์ หากไม่มีการจ่ายซะกาตตามที่กำหนดถือว่าผู้ที่มีหน้าที่จ่ายซะกาตนั้นได้ยักยอกทรัพย์สินของอัลลอฮฺและของผู้ที่มีสิทธิ์รับซะกาตทั้งหมด ซึ่งคัมภีร์อัลกุรอานได้กำหนดไว้ซะกาตนั้นถือเป็นภาระหน้าที่สำหรับผู้มีทรัพย์สินครบตามเงื่อนไขซึ่งจำเป็นต้องจ่ายให้กับผู้ที่มีสิทธิและมีคุณสมบัติจะได้รับมัน อัลลอฮฺ ซ.บ. ได้ตรัสในอัลกุรอานว่า ความว่า “และบรรดาผู้ที่ในทรัพย์สินของพวกเขามีส่วนที่ถูกกำหนดไว้ สำหรับผู้ที่เอ่ยขอและผู้ที่ไม่เอ่ยขอ” (อัล-มะอาริจญ์ 24-25) ผู้มีสิทธิรับซะกาต 1.คนยากไร้ (ฟากีร) ได้แก่

Read more
« Older Entries Recent Entries »