Author Archives: Isares Mahamad(Muhammad Azmii)

การทำให้รายได้บริสุทธิ์ตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Income Purification)

การทำให้รายได้บริสุทธิ์ตามหลักศาสนาอิสลาม (Islamic Income Purification) การทำให้รายได้หรือทรัพย์สินของมุสลิมเรานั้น สะอาดหรือบริสุทธิ์(Income Purification) ตามหลักศาสนาอิสลามนั้น แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ การจ่ายซากาต (Zakat) และการบริจาคเงินที่ฮารอม (HARAM) ที่ไม่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ซึ่งเป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่จะต้องรักษารายได้หรือทรัพย์สินของเราให้สะอาดบริสุทธิ์เพื่อจะได้เกิด   บารอกัตหรือสิริมงคลกับการใช้ชีวิตและการทำอิบาดะห์นั้นจะได้รับการตอบรับและตอบแทนจากพระองค์อัลลอฮฺ หากรายได้หรือทรัพย์สินนั้นไม่บริสุทธิ์ มีรายได้หรือเงินที่ได้จากธุรกรรมที่ผิดหลักศาสนาหรือไม่ได้มีการจ่ายซะกาตแก่ผู้มีมีสิทธิได้รับซะกาต และหากนำเงินหรือทรัพย์สินที่สะอาดหรือบริสุทธิ์ไม่มาใช้อุปโภคบริโภค อันเป็นเหตุทำให้การทำอิบาดะห์ต่างๆไม่ถูกตอบรับจากพระผู้เป็นเจ้าดังพระมหาคำภีร์อัลกรุอ่าน ความว่า  “และ (นบีมุฮัมมัด) จะอนุมัติให้แก่พวกเขา (ประชาชาติ) สิ่งที่ดีๆทั้งหลาย และจะให้เป็นที่ต้องห้ามแก่พวกเขาซึ่งสิ่งที่เลวทั้งหลาย”อัลอะอฺรอฟ อายะห์ 157 การจ่ายซะกาตให้กับบุคคล 8 จำพวก  ซะกาต แปลว่า การทำให้สะอาดบริสุทธิ์ (Purification) และการเจริญเติบโตเรื่องซะกาตนั้นเป็นเรื่องเดียวในรุก่น 5 ประการ (หลักบัญญัติ) ของอิสลาม ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือการเงิน ดังนั้นการจ่ายซะกาต จะทำให้ทรัพย์สินของมุสลิมนั้นมีความบริสุทธิ์(Purification) เพราะซะกาตเป็นสิทธิ์ของบุคคลที่ถูกกำหนดให้มีสิทธิรับซะกาตได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นสิทธิของเจ้าของทรัพย์ หากไม่มีการจ่ายซะกาตตามที่กำหนดถือว่าผู้ที่มีหน้าที่จ่ายซะกาตนั้นได้ยักยอกทรัพย์สินของอัลลอฮฺและของผู้ที่มีสิทธิ์รับซะกาตทั้งหมด ซึ่งคัมภีร์อัลกุรอานได้กำหนดไว้ซะกาตนั้นถือเป็นภาระหน้าที่สำหรับผู้มีทรัพย์สินครบตามเงื่อนไขซึ่งจำเป็นต้องจ่ายให้กับผู้ที่มีสิทธิและมีคุณสมบัติจะได้รับมัน อัลลอฮฺ ซ.บ. ได้ตรัสในอัลกุรอานว่า ความว่า “และบรรดาผู้ที่ในทรัพย์สินของพวกเขามีส่วนที่ถูกกำหนดไว้ สำหรับผู้ที่เอ่ยขอและผู้ที่ไม่เอ่ยขอ” (อัล-มะอาริจญ์ 24-25) ผู้มีสิทธิรับซะกาต 1.คนยากไร้ (ฟากีร) ได้แก่

Read more

มุซาเราะกะฮฺ มูตานากีเศาะฮ(Musharakah Mutanaqisah)

มุซาเราะกะฮฺ มูตานากีเศาะฮ(Musharakah Mutanaqisah) หรือ Diminishing Musharakah (การร่วมลงทุนแบบถดถอย)ตามหลักวิชาการ  หมายถึง รูปแบบหนึ่งของการร่วมทุนตามหลักมุซาเราะกะฮฺ (Musharakah)  โดยมีข้อตกลงร่วมกันว่าหุ้นส่วนฝ่ายหนึ่งสามารถซื้อหุ้นส่วนของอีกฝ่ายหนึ่งออกจากการเป็นหุ้นส่วนร่วมไปเรื่อยๆเพื่อการครอบครองกรรมสิทธ์ในกิจการทีทำธุรกิจร่วมกันแต่เพียงผู้เดียว การดำเนินธุรกิจของธนาคารภายใต้หลัก มุซาเราะกะฮฺ มูตานากีเศาะฮ(Musharakah Mutanakisah) มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมทุนในกิจการของลูกค้าโดยธนาคารอิสลามยินยอมให้ลูกค้าซื้อหุ้นส่วนของธนาคารในกิจการดังกล่าวไปเรื่อยๆจนหมดสิ้น เพื่อการครอบครองกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว องค์ประกอบของหลักการมุซาเราะกะฮฺ มูตานากีเศาะฮ(Musharakah Mutanaqisah)  1.คู่สัญญาทำการเป็นหุ้นส่วน ที่จะทำข้อตกลงกันทั้งสองฝ่ายด้วยความสมัครใจและจะต้องเป็นบุคคลที่บรรลุศาสนภาวะ มีสติปัญญาสมบูรณ์สามารถดูแลทรัพย์สินของตนเองได้เป็นอย่างดี และผู้ทำสัญญาทั้งสองฝ่ายต้องกระทำโดยเจตนาและสมัครใจ  2.ถ้อยคำการหุ้นส่วน ได้แก่ ถ้อยคำที่บอกถึงเจตนาของการหุ้นส่วนของทั้งสองฝ่ายและจะต้องกล่าวจำนวนเงินที่จะทำการหุ้นส่วยอย่างชัดเจนในสัญญา  3. ราคาของหุ้นส่วน ได้แก่การกำหนดราคาของหุ้นส่วนของทั้งสองฝ่ายและแบ่งจำนวนหุ้นอย่างชัดเจน  4. สินค้าหรือสินทรัพย์ที่จะทำการหุ้นส่วน ธนาคารอิสลามนิยมใช้หลักการนี้ในการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(Home Financing) เช่น ลูกค้าประสงค์จะซื้อบ้านโดยขอสินเชื่อธนาคารอิสลาม เมื่อธนาคารพิจารณาอนุมัติ ทั้ง 2 ฝ่ายจะทำสัญญาร่วมลงทุนกันซื้อบ้านด้วยหลักการมุซาเราะกะฮฺ มูตานากีเศาะฮ(Musharakah Mutanaqisah)  โดยลูกค้าจะลงทุน 10 % และธนาคารลงทุนอีก 90% ของราคาบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับธนาคารอิสลามจะมีส่วนเป็นเจ้าของ 90 %  และลูกค้ามีส่วนเป็นเจ้าของ 10% หลังจากนั้น ลูกค้าก็อาศัยบ้านที่ได้ซื้อร่วมกันในฐานะผู้เช่าบ้าน(Lessee) แต่ละเดือนลูกค้าจะชำระค่าเช่าบ้านเข้าบัญชีของธนาคาร ซึ่งค่าเช่านั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือค่าความเป็นเจ้าของบ้าน

Read more

หลักการมุชาเราะกะฮ์(Musharakah)

มูชารอกะฮฺ   ภาษาอาหรับมาจาก  مشاركة  หมายถึง ต่างฝ่ายต่างเป็นหุ้นส่วนซึ่งกันและกัน มุชาเราะกะฮ์(Musharakah)  หรือ partnership คือการเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างบุคคล 2 ฝ่ายหรือมากกว่า ในการร่วมทุนดำเนินธุรกิจ โดยที่แต่ละฝ่ายจะต้องลงทุนไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเงิน หรือ ทรัพย์สิน กรณีที่ธุรกิจมีกำไร จะถูกแบ่งกันตามสัดส่วนที่ตกลง หากธุรกิจเกิดขาดทุน จะต้องแบ่งความเสียหายตามสัดส่วนการลงทุนด้วยเช่นกัน  มุชาเราะกะฮ์(Musharakah)  เป็นการร่วมกันลงทุน ร่วมกันลงแรง ช่วยกันบริหารทำให้ธุรกิจเกิดผลกำไร จากนั้นก็แบ่งรายได้ตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ มุชาเราะกะฮ์ (Musharakah) เป็นการให้สินเชื่อโดยที่ธนาคารลงทุนร่วมกับลูกค้าในกิจการหนึ่งและแบ่งปันผลกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงกัน โดยผลกำไรนี้อาจเป็นไปตามอัตราส่วนของการลงทุนหรือไม่ก็ได้ซึ่งขึ้นอยากับการทำการตกลงร่วมกัน(Mutual Consent) แต่ถ้าในกรณีที่ธุรกิจขาดทุนต่างฝ่ายต่างรับภาระร่วมกันตามอัตราส่วนที่ได้ลงทุนไป(Capital Contribution) เช่น ลูกค้า(Customer)ลงทุน 40% ธนาคารอิสลาม(Islamic Bank)ลงทุนอีก 60% รายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจก็จะแบ่งกันตามสัดส่วนที่ตกลงกัน (Mutual Consent) ซึ่งอาจจะตกลงแบ่งผลกำไรกันที่ ลูกค้า(Customer)  50% ธนาคารอิสลาม(Islamic Bank)50% เป็นต้น ดังที่แสดงในรูปภาพ การร่วมลงทุนมุชาเราะกะฮ์ (Musharakah)  จะแตกต่างกับ การร่วมทุนหรือมุฎอรอบะฮ์ (Mudharabah) หลักการมุชารอกะฮ์ (Musharakah) หรือการร่วมลงทุน นั้นลูกค้าและธนาคารต้องลงทุนร่วมกัน (partnership) ทั้งด้านเงินทุนหรือทรัพย์สิน หากเกิดการขาดทุน ทั้ง

Read more

หลักการซื้อขายมุรอบาฮะฮ์ (Murabahah)

หลักการซื้อขายมุรอบาฮะฮ์ (Murabahah) หลักการซื้อขายที่การธนาคารอิสลาม(Islamic Banking) ทั่วโลกนำมาใช้ คือ การซื้อมาขายไป (Murabahah หรือ มุรอบาฮะฮ์) ซึ่งเป็นการขายบนต้นทุนบวกกำไร (Cost plus Profit) โดยมีการเปิดเผยต้นทุนกับกำไรให้ลูกค้าทราบ หลักของการซื้อขายในศาสนาอิสลาม มีองค์ประกอบสำคัญ คือ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ทรัพย์สิน ราคาขาย โดยเงื่อนไขของการซื้อขายตามหลักมุรอบาฮะฮ์ (Murabahah) นั้นสินค้าต้องเป็นกรรมสิทธิของผู้ขาย (Ownership) และสามารถส่งมอบได้ทันที สินค้าต้องเป็นสิ่งที่ไม่ขัดกับบทบัญญัติอิสลาม เช่น ห้ามซื้อขายสุกร สุรา อุปกรณ์การพนัน   และราคาซื้อขายก็ต้องเป็นราคาที่เห็นชอบร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Mutual Consent) อีกด้วย การซื้อขายตามหลักมุรอบาฮะฮ์(Murabahah) จึงเป็นการซื้อขายที่ยุติธรรม เพราะมีการบอกต้นทุนและกำไรที่ชัดเจนในการซื้อขาย ซึ่งธนาคารอิสลามทั่วโลกได้นำหลักนี้มาใช้ การซื้อขายแบบมุรอบาฮะฮ์ คือการซื้อขายที่ผู้ขายสินค้าแจ้งให้ผู้ซื้อสินค้าทราบทั้งต้นทุนของสินค้าที่ซื้อและกำไรที่ผู้ขายต้องการ หรือการขายที่ยืนอยู่บนหลักการของต้นทุนสินค้า+กำไร (Cost-plus, Mark-up) โดยราคาขายของมุรอบาฮะฮ์จะเป็นการจ่ายเงินทันที (Spot-sale) หรือการผ่อนจ่าย (Deferred Sale) ก็ได้ โดยปกติแล้ว Spot-sale ราคาจะถูกกว่า Deferred sale เช่น การซื้อขายรถยนต์ ก็จะเริ่มต้นด้วยการที่ลูกค้าต้องการรถยนต์หนึ่งคันและเข้าไปหาธนาคาร ธนาคารก็จะแต่งตั้งให้ลูกค้าเป็นตัวแทนธนาคารไปซื้อรถยนต์

Read more

ความเป็นมาสหกรณ์อิสลาม

สหกรณ์ คือ องค์การของบรรดาบุคคลซึ่งรวมกลุ่มกันด้วยความสมัครใจในการดำเนินวิสาหกิจที่พวกเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน มีการควบคุมตามหลักประชาธิปไตย เพื่อสนองความต้องการและความหวังร่วมกันทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ด้วยวิธีการสหกรณ์โดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่จะต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในการดำเนินงานของสหกรณ์นั้นมีลักษณะมูลฐานสำคัญประกอบด้วย กลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเดียวกัน มีเจตนารมณ์ที่ะช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จัดตั้งเป็นองค์การธุรกิจขึ้นโดยร่วมกันดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และวัตถุประสงค์ขององค์การธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นคือ การส่งเสริมผลประโยชน์ของบรรดาสมาชิกและครอบครัวเป็นสำคัญ ซึ่งในหลาย ๆประเทศได้ใช้องค์การสหกรณ์เป็นฐานรากสำคัญเบื้องต้นในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในระดับล่างซึ่งเป็ นคนส่วนใหญ่ของประเทศ อันส่งผลให้ประเทศเหล่านั้นมีการพัฒนาทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และประชาธิปไตยควบคู่กันไป สำหรับการสหกรณ์ในประเทศไทยนั้นถือได้ว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะต่อประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ยากจนจะมีสหกรณ์ที่เป็นสถาบันทางเศรษฐกิจและสังคมที่ให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพและช่วยยกระดับความเป็ นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการนำหลักการและวิธีการวิธีการสหกรณ์นำสู่การปฏิบัติจริงอย่างมีอุดมการณ์สหกรณ์อย่างแท้จริงเป็นสำคัญ สำหรับแนวความคิดในการจัดตั้งสหกรณ์อิสลาม เนื่องมาจากประชากรชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามโดยส่วนใหญ่มีการดำเนินชีวิตตามหลักการอิสลาม ดังนั้นในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวันก็ย่อมที่จะต้องปฏิบัติเป็นไปตามวิถีมุสลิมอย่างสอดคล้องกับหลักการอิสลามที่กำหนดไว้ จึงมีกลุ่มนักคิด นักวิชาการ อิสลาม ผู้นำศาสนา และประชาชนบางกลุ่ม มีการระดมความคิดเห็นในการจัดตั้งองค์การทางการเงินตามระบบอิสลามเพื่อเป็นช่องทางทางด้านการเงินสำหรับชาวไทยมุสลิมห้สามารถปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม จึงได้มีการจัดตั้งรูปแบบสหกรณ์อิสลามเพื่อดำเนินการให้บริการทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลามขึ้นรูปแบบของสหกรณ์อิสลามเป็นองค์การทางการเงินที่บรรดาประชาชนชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามในหลายสาขาอาชีพมีการรวมกลุ่มกันด้วยความสมัครใจในการดำเนินกิจการที่พวกเขาเป็นเจ้าของร่วมกัน เพื่อสนองความต้องการอันจำเป็นและความหวังร่วมกันทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของบรรดาผู้เป็นสมาชิกโดยไม่หวังผลกำไรและปราศจากดอกเบี้ย ในการดำเนินกิจการของสหกรณ์อิสลามเหมือนกับสหกรณ์อื่นโดยทั่วไปที่ยึดหลักประชาธิปไตยกล่าวคือ สหกรณ์เป็นของสมาชิก บริหารงานโดยสมาชิก และเพื่อประโยชน์ของสมาชิก โดยมีการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ.2542 มีสถานะเป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกันกับสหกรณ์ทั่วไป เพียงแต่มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากสหกรณ์รูปแบบทั่ว ไปคือ การได้นำหลักการศาสนาอิสลามมาปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัฒนธรรมอิสลามที่ศาสนาอิสลามที่ได้กำหนดวิธีการในการดำเนินกิจการต่าง ๆไว้แล้ว ซึjงถือได้ว่าสหกรณ์อิสลามเป็นองค์การที่ดำเนินงานโดยใช้หลักการอิสลามเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้สอดรับกับวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีอิสลาม โดยอยู่บนพื้นฐานที่มีความสอดคล้องกับอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมมุสลิมในลักษณะของการปลอดดอกเบี้ยซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในทางศาสนาแก่บรรดาผู้ที่เป็นมุสลิมทุกคน โดยแนวทางในการดำเนินงานอย่างสอดคล้องกับหลักการอิสลามเป็นสำคัญทั้งนี้

Read more
« Older Entries Recent Entries »