Tag Archives: Islamic Finance

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 3 ทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง

    สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 3 ทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง หรือทองคำในรูปแบบอื่น   การคำนวณซะกาต ทองรูปพรรณ หากทองรูปพรรณนั้นเป็นของผู้หญิงและมีการใช้สอยเป็นเครื่องประดับ กรณีนี้นักวิชาการมีความเห็นต่างกัน อยู่สอง ทัศนะคือ ทัศนะแรก มีความเห็นว่าจำเป็นต้องออกซะกาตตามเงื่อนไขที่ศาสนากำหนดไว้ คือ มีกรรมสิทธิครอบครองโดยสมบูรณ์ถึงพิกัดอัตรา(นิศอบ)และครบรอบปี และตีราคาเป็นเงินโดยคิดจากราคาตลาด(ราคาที่สามารถนำไปขายได้ในปัจจุบัน) ทัศนะที่สอง ถือว่าไม่วาญิบต้องออกซะกาตแต่อย่างใดถึงแม้ว่าจะมีมูลค่าเกินนิศอบ ในกรณีที่มีการใช้สอยเป็นเครื่องประดับอยู่เป็นประจำ ไม่ได้เก็บสะสมเอาไว้เพื่อทำกำไร และไม่ได้มีมากเกินความจำเป็น  ทัศนะของฝ่ายที่สองนี้มีน้ำหนักและเป็นทัศนะของมัซฮับอัช-ชาฟีอียฺ หากมีจำนวนมากเกินความจำเป็นและมากกว่าประเพณีนิยมในสังคม เช่น มีทองรูปพรรณอยู่ 100 บาท จะต้องคิดทองรูปพรรณที่มากกว่าประเพณีนิยมในสังคมมาคิดซะกาต เช่น หากในสังคมมีการถือครองทองคำรูปพรรณเครื่องประดับกันอยู่ในระดับ 20 บาท(การประเมินอาจจะค่อนข้างยาก และเปลี่ยนไปตามกาลเวลา อาจจะต้องสังเกตุเวลาออกงานกิญบุญต่างๆ)  ส่วนเกินทองคำรูปพรรณ 80 บาท จะต้องนำมาคำนวณซะกาต เป็นต้น ทองรูปพรรณหากผู้ชายเเป็นเจ้าของตามหลักศาสนาบัญญัติห้ามผู้ชายสวมใส่เครื่องประดับจำพวกทองรูปพรรณ ดังนั้นผู้ชายไม่สามารถนำมาใช้สอยได้ เมื่อมีจำนวนถึงอัตราพิกัด(นิศอบ) ก็ถือว่าวาญิบจำเป็นต้องออกซะกาตเมื่อครอบครองครบรอบปีอิสลาม   การคำนวณซะกาต ทองคำแท่ง ทองคำแท่ง หรือทองคำในรูปแบบอื่น เช่นเหรียญทองคำ ไม่ได้เข้าเงื่อนไข ที่จะสามารถนำมาใช้สอยเป็นเครื่องประดับได้ และเป็นทรัพย์ในลักษณะของการลงทุน ดังนั้นต้องนำมาเป็นสินทรัพย์ที่จะต้องคำนวณซะกาต คิดจากราคาตลาด(ราคาที่สามารถนำไปขายได้ในปัจจุบัน) จากคำสั่งของท่านรสูลุลลอฮฺ (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวว่า

Read more

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 2 เงินสด หรือ ธนบัตร เหรียญเงินสกุลต่างๆ

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 2 เงินสด หรือ ธนบัตร เหรียญเงินสกุลต่างๆ เงินตราสกุลต่างๆ ในปัจจุบันเช่น ริยาล ดอลลาร์ บาท เป็นต้น หุก่มเหมือนกับทองคำและโลหะเงิน หากถึงพิกัดทองหรือเงิน ถือว่าต้องจ่ายซะกาตจำนวน 2.5 % เมื่อครบรอบปีปฏิทินอิสลาม เงินสด หรือ ธนบัตร หรือ เหรียญที่จะนำมาคำนวณซะกาตก็คือ เงินสดที่เก็บไว้ในรูปของเงินสกุลใดก็ตาม อาจจะเก็บไว้ที่ บ้าน หรือ ในตู้นิรภัย ถือว่าจะต้องนำมาคำนวณเพื่อออกซะกาต หากมีการเก็บสะสมเงินสดไว้ครบรอบ 1 ปีปฏิทินอิสลาม แต่ถ้าหากเงินสดมีการใช้จ่ายหมุนเวียน คือ มีการได้มาและเบิกจ่าย ให้ใช้ยอดต่ำที่สุด (Lowest Balance) ในรอบปี เป็นยอดที่นำมาคำนวณ เนื่องจากเป็นจำนวนที่แสดงถึงความมั่งคั่งของทรัพย์สินประเภทเงินสด (Wealth) ในรอบปีที่ผ่านมา จากตัวอย่างในรูปภาพให้นำยอด 3,000 บาท ไปคำนวณการออกซะกาต ในกรณีที่ไม่มีเงินฝากในสถาบันการเงินใดๆ   หากไม่ได้มีการเก็บเงินสดไว้ นอกบัญชีธนาคารจำนวนมาก กล่าวคือ มีการใช้หมดเบิกใหม่จากธนาคารหรือตู้ ATM  หมุนเวียน หมดไปตลอดทุกเดือนหรือในรอบปีที่ผ่านมา โดยเก็บสะสมเงินไว้ในบัญชีธนาคารเป็นหลัก จะถือว่าให้พิจารณายอดในบัญชีธนาคารหรือสถาบันการเงิน

Read more

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 1 เงินฝาก ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์

สินทรัพย์ที่ต้องนำมาคำนวณซะกาต(Zakat assets) ตอนที่ 1 เงินฝาก ธนาคาร สถาบันการเงิน สหกรณ์ เงินฝากสถาบันการเงินต่างๆ เช่น ธนาคาร สหกรณ์ หรือสถาบันการเงินอื่นๆ หุก่มเหมือนกับทองคำและโลหะเงิน หากถึงพิกัดทองหรือเงิน ถือว่าต้องจ่ายซะกาตจำนวน 2.5 % เมื่อครบรอบปีปฏิทินอิสลาม เงินฝากที่ต้องนำมาคำนวณ ได้แก่ เงินฝากทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบัญชรการออม บัญชีการลงทุนหรือบัญชีเงินเดือน คือ เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากประเภทลงทุน ฯลฯ ทั้งนี้หากฝากเงินกับสถาบันการเงินทั่วไป ที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอิสลาม ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก จะต้องไม่นำดอกเบี้ยมาคำนวณซะกาต เนื่องจากเป็นเงินบาป หรือรายได้ที่ฮารอมนั้นเอง วิธีการคำนวณ ซะกาต เงินฝาก  เปิดสมุดบัญชีธนาคาร โดยพิจารณาจากยอดเงินคงเหลือ (Balance) ตลอดปีที่ผ่านมาโดยไม่ต้องสนใจยอดการฝากหรือถอน ให้นำยอดคงเหลือที่ต่ำที่สุดในรอบปี ไปคำนวณซะกาต เนื่องจากเป็นจำนวนที่แสดงถึงความมั่งคั่งของทรัพย์สินประเภทเงินฝาก (Wealth) ในรอบปีที่ผ่านมา จากตัวอย่างข้างต้นยอดเงินฝากในรอบปีที่จะนำไปคำนวณซะกาต เท่ากับ 23,000บาท   หากมีเงินฝากอยู่หลายบัญชี ให้ทำการรวมยอดในแต่ละเดือน ให้พิจารณาจากยอดเงินคงเหลือ (Balance) ตลอดปีที่ผ่านมาโดยไม่ต้องสนใจยอดการฝากหรือถอน ให้นำยอดคงเหลือที่ต่ำที่สุดในรอบปี ไปคำนวณซะกาต เนื่องจากเป็นจำนวนที่แสดงถึงความมั่งคั่งของทรัพย์สินประเภทเงินฝาก (Wealth)

Read more

การคำนวณซะกาตจากความมั่งคั่งหรือร่ำรวยทางทรัพย์สิน(Zakat on Wealth)

  การคำนวณซะกาตจากความมั่งคั่งหรือร่ำรวยทางทรัพย์สิน(Zakat on Wealth)   ในซูเราะห์อัตเตาบะฮฺ อัลลอฮฺได้ทรงตรัสว่า: (โอ้มูฮำหมัด) เจ้าจงเอาจากทรัพย์สินของพวกเขาเป็นทานซะกาต ซึ่งจะทำให้พวกเขาสะอาด และจะทำให้พวกเขาบริสุทธิ์อีกด้วย (ซูเราะห์อัตเตาบะฮฺ 103) มีรายงานจากท่านนบี ว่าท่านนบีได้ส่งเศาะฮาบะฮฺไปยังหัวเมืองต่างๆเพื่อทำหน้าที่จัดเก็บและรวบรวมซะกาต ส่วนหนึ่งจากรายงานดังกล่าวคือ รายงานของท่านอิบนุอับบาส ได้รายงานว่าท่านนบีได้ส่งท่าน มุอ๊าซ อิบนุ ญะบัล ไปยังแค้วนเยเมน และท่านได้สั่งเสียมุอ๊าซไว้ตอนหนึ่งว่า: ความว่า: จงบอกพวกเขาว่าอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดซะกาตเหนือพวกเขา โดยเก็บจากคนร่ำรวยของพวกเขา และจ่ายคืนให้แก่คนยากจนของพวกเขา (บุคอรีย์) เนื่องในปัจจุบันนั้นมีธุรกรรมและการลงทุนทางการเงิน มีชนิดและความซับซ้อนมากกว่าในสมัยของท่านนบี (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) อันได้แก่ มีระบบธนาคาร มีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มีการลงทุนในกองทุน มีการลงทุนในศุกูก เป็นต้น ดังนั้นการคำนวณซะกาตนั้นจะต้องเป็นวิธีที่เหมาะสม ถูกต้อง และสอดคล้องกับธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และจึงไม่ใช่ข้ออ้างของคนที่มีเงินทองมากเกินพิกัดขั้นต่ำ (นิศอบ)ที่นำเงินไปลงทุนแล้วไม่ยอมจ่ายซะกาต โดยอ้างว่าการจ่ายซะกาตเฉพาะเงินทองเท่านั้น เพราะความมั่งคั่งทางทรัพย์สิน (Wealth) ของบุคคล นั้นไม่ได้ลดลง เพียงแต่เปลี่ยนชนิดของสินทรัพย์เท่านั้น แต่ยังคงดำรงการเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอยู่นั้นเอง ในทางตรงกันข้าม หนี้สินในปัจจุบันก็มีรูปแบบที่ซับซ้อน ขึ้นเช่นเดียวกัน และหนี้สินระยะสั้นและหนี้สินบางประเภท ก็มีผลทำให้ ความมั่งคั่งทางทรัพย์สิน(Wealth) ของบุคคลลดลงในรอบปีนั้นเช่นกัน ดังนั้นการคำนวณซะกาตจากความมั่งคั่งทางทรัพย์สิน(Zakat on Wealth) จึงเป็นรูปแบบที่เหมาะสมในการคำนวณซะกาตให้ถูกต้อง

Read more

การใช้บัตรเครดิตตามหลักการอิสลาม

บัตรเครดิต ใช้อย่างไรให้ถูกหลักศาสนาอิสลาม ธุรกรรมสมัยใหม่ที่เข้ามามีบทบาท ที่หลายๆคนรู้จักและใช้บริการอยู่ นั่นคือ บริการบัตรเครดิต จากธนาคารต่างๆ ที่เข้ามาให้บริการลูกค้าบัตรเครดิตนั้นเปรียบไปแล้วก็เหมือนกับวงเงินที่ธนาคารมอบให้แก่ผู้ที่มีเครดิต สามารถนำบัตรเครดิตไป ซื้อสินค้าและบริการแทนเงินสด ข้อดีและความสะดวกของการใช้บัตรเครดิต 1. ได้สิทธิ์รับส่วนลด ส่วนคืนเงินสด และแต้มสะสม เมื่อสมัครชำระค่าบริการรายเดือนต่างๆ ผ่านบัญชีบัตรเครดิตโดยอัตโนมัติ เช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเอไอเอส จะให้ส่วนลด 5% แก่ลูกค้าที่จ่ายค่าบริการรายเดือนด้วยวิธีการนี้ เป็นต้น 2. รับสิทธิพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากร้านค้า หรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตที่ใช้  สิทธิพิเศษดีๆ ที่บางครั้งเงินก็ไม่สามารถซื้อได้ เช่นที่จอดรถพิเศษเฉพาะในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หรืออาจจะต้องชำระเงินเป็นหลักพันเพื่อให้ได้ใช้บริการ อย่างสิทธิ์ในการเข้าใช้ห้องพักรับรองที่สนามบิน ตลอดจนการ ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร้านอาหารบางร้านเข้าร่วมโดยเพียงใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตตรงตามเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ทางร้านหรือบัตรเครดิตของกำหนด ก็จะได้รับของแถม ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่มากกว่าซึ่งในบางครั้งการชำระค่าใช้จ่ายด้วยเงินสดอาจจะไม่ได้รับอะไรเพิ่มเลย 3. ลดความยุ่งยากของการชำระค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายประจำที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์บ้าน ค่ามือถือ ค่าบริการอินเตอร์เน็ตรายเดือน และค่าบริการเคเบิ้ลทีวี ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้และต้องชำระทุกๆ เดือน ดังนั้นการทำเรื่องขอชำระค่าบริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิตเพื่อจ่ายค่าสาธารณูปโภคทั้งหลายนอกจากจะช่วยทำ ให้ประหยัดเวลาที่จะต้องมาคอยเดินไล่จ่ายบิลค่าบริการของแต่ละที่ ไม่ต้องมาคอยนั่งจดจำเดดไลน์กำหนดชำระค่าบริการ และลดปัญหาความยุ่งยากในกรณีที่ลืมชำระค่าบริการอย่างเช่นค่าไฟฟ้านี่ หากลืมจ่ายจนเกิดเป็นยอดค้างชำระแล้ว จะต้องเดินทางไปชำระยอดค้างชำระนั้นๆโดยตรงที่สำนักงานการไฟฟ้าฯ ไม่สามารถชำระตามเคาน์เตอร์เซอร์วิส หรือเคาน์เตอร์ธนาคารได้นอกจากนั้นในบางทีการสมัครชำระค่าบริการสาธารณูปโภคผ่านบัตรเครดิตยังจะได้รับข้อเสนอดีๆ เพิ่มขึ้นอีก 4. ใช้ทำธุรกรรมต่างๆ

Read more
« Older Entries Recent Entries »