โรงพยาบาลตามหลักอิสลาม

โรงพยาบาลตามหลักอิสลามในประเทศไทยจำเป็นหรือไม่ แน่นอนครับ ณ ปัจจุบันปี 2555 ยังไม่มีโรงพยาบาลตามหลักอิสลามหรือมุสลิมในประเทศซักกะที ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีประชากรมุสลิมไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคน เฉพาะในกรุงเทพมหานครก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 แสนคน  ทั้งๆ ที่เรามีบุคลากรแพทย์ไม่ใช่น้อย บุคคลากรทางการแพทย์มุสลิมไม่ต่ำกว่า 2,000 คน ทั่วประเทศ (จากตัวเลขจากสมาคมแพทย์มุสลิมแห่งประเทศไทย) แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีสถานพยาบาลที่ให้บริการทางการแพทย์ตามวิถีชีวิตของมุสลิม ทั้งๆ ที่ถือเป็นภาระหน้าที่ของมุสลิมในบ้านเรา เป็นฟัรฏูกิฟายะห์ (หมายถึง สิ่งจำเป็นที่ต้องมีในสังคมหรือชุมชน ถ้ามีคนใดคนหนึ่งกระทำถือว่าสังคมหรือชุมชนนั้นรอดพ้นจากความผิด แต่ถ้าไม่มีใครในสังคมกระทำเลยสังคมหรือชุมชนนั้นถือว่ามีความผิดโดยรวม)

Build hospital

ก่อนอื่นเราต้องมาตั้งคำถามก่อนว่าทำไมถึงต้องมีโรงพยาบาลตามหลักอิสลามในประเทศไทย มันก็ต้องถามต่อว่า ทำไมมุสลิมต้องการบริการทางการแพทย์ที่แตกต่างจากบริการทางการแพทย์โดยทั่วไป ประเด็นอยู่ที่ว่าก็เพราะบทบัญญัติและความจำเป็นทางศาสนาของเราอันได้แก่ ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาจากแพทย์เพศเดียวกันภายใต้ขอบเขตทางศาสนา การฝากครรภ์รวมถึงการทำคลอดควรได้รับการปฏิบัติจากแพทย์เพศหญิง ผู้ป่วยและญาติสมควรได้รับโภชนาการอาหารที่ฮาลาล สถานพยาบาลควรจัดเตรียมที่สำหรับละหมาดสำหรับมุสลิม การบำบัดทางจิตใจด้วยหลักการศาสนาให้กับผู้ป่วยระยะสุดท้ายต้องได้รับการจัดเตรียม และการจัดการเรื่องศพตามหลักศาสนาอิสลามต้องได้รับการจัดการอย่างเร่งรีบเพื่อให้ญาติสามารถนำไปทำพิธีทางศาสนาและฝังได้ภายใน 24 ชั่วโมง รวมถึงการดูแลผู้ป่วยยากจนอนาถาควรได้รับการช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนซะกาตของโรงพยาบาล นั่นคือเหตุผลหลักว่าทำไมต้องมีโรงพยาบาลสำหรับมุสลิมขึ้นมา

นอกเหนือไปจากเหตุผลข้างต้นแล้ว โรงพยาบาลตามหลักอิสลามถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดด้วยเหตุผลง่ายๆ เพราะมันยังไม่มีสักแห่งในเมืองไทย จะมีก็เป็นโรงพยาบาลของคนต่างศาสนิกที่ให้บริการชาวอาหรับต่างชาติด้วยราคาแพงลิบลิ่วในย่านสุขุมวิท แต่ก็ไม่ได้เป็นบริการทางการแพทย์ตามหลักอิสลาม 100 เปอร์เซนต์ ที่สำคัญพี่น้องมุสลิมในประเทศไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์เนื่องจากเขาโฟกัสเฉพาะกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมที่สามารถจ่ายได้แพงๆ เราจะปล่อยให้คนต่างศาสนิกแสวงหาประโยชน์กับพี่น้องมุสลิมต่างชาติโดยที่พี่น้องมุสลิมในไทยไม่ได้รับอานิสงค์ใดๆ เลยกระนั้นหรือ

คำถามต่อมาคือ โรงพยาบาลตามหลักอิสลามแห่งแรกในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นคำถามที่สั้นแต่ตอบยากและต้องตอบยาว ประการแรกต้องถามก่อนว่าใครจะดำเนินการจัดตั้งโรงพยาลนี้ ประการที่สองคือใครคือลูกค้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ ขอตอบคำถามแรก นั่นคือ ต้องเป็นกลุ่มของแพทย์มุสลิมจะเป็นกลุ่มคนหรือสมาคมองค์กรใดๆ ก็แล้วแต่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ (Health Care Professional) ประสมประสานกับกลุ่มองค์กรนักธุรกิจมุสลิมที่มีความเป็นมืออาชีพ (Business Professional) เพราะโรงพยาบาลต้องสามารถเลี้ยงตัวเองได้ (Sustainable) และมีกำไรเพื่อการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง และโรงพยาบาลต้องสามารถให้บริการโดยบุคลากรทางการแพทย์มุสลิมที่มีความเป็นมืออาชีพ พูดง่ายๆ คือ การจัดตั้งโรงพยาบาลไม่สามารถพึ่งหมอได้อย่างเดียวแต่ต้องมีนักธุรกิจมานั่งบริหารด้วย คำถามที่สองคือใครจะเป็นลูกค้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ ขอถามผู้อ่านว่าจำเป็นไหมที่โรงพยาบาลนี้ต้องให้บริการมุสลิมเพียงอย่างเดียว?? คำตอบที่ไม่ใช่คำตอบคือ กี่มากน้อยแล้วที่ธุรกิจมุสลิมต้องล้มหายตายจากเพราะมองกลุ่มลูกค้ามุสลิมกลุ่มเดียว จริงอยู่ที่โรงพยาบาลบริหารโดยมุสลิม ใช้หลักศาสนาในการให้บริการ แต่อิสลามนั้นถูกส่งลงมายังมนุษยชาติมิใช่เพียงมุสลิมเท่านั้น การให้บริการทางการแพทย์แบบอิสลามสามารถเป็นการเผยแผ่ศาสนาอิสลามไปในตัวอีกด้วย ดังที่เราจะเห็นได้จากการที่ธนาคารอิสลามได้ถือกำเนิดในประเทศไทยและให้บริการกับลูกค้าโดยไม่แบ่งแยกศาสนา และพนักงานก็เป็นส่วนผสมระหว่างคนมุสลิมกับคนต่างศาสนิกที่สามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้นโรงพยาลอิสลามควรให้บริการกับผู้ป่วยทุกกลุ่มลูกค้าโดยไม่แบ่งแยกศาสนา ภาษา เชือชาติ และสีผิว

โมเด็ลโรงพยาบาลตามหลักอิสลามมักจะเกิดขึ้นในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม เนื่องจากประเทศมุสลิมได้จัดเตรียมโรงพยาบาลตามหลักอิสลามให้อยู่แล้ว เราจะเห็นโครงการโรงพยาบาลในลักษณะนี้ในประเทศต่างๆ เช่น แอฟริกาใต้ (Islamic Medical Association of South Africa) แคนนาดา (Fort McMurray Islamic Center) อินเดีย (Bhuji Hospital)

การจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลามต้องใช้อะไรบ้าง นอกจากการกำหนดโมเด็ลทางธุรกิจไปแล้วในข้างต้น (ผู้ให้บริการ ลูกค้า และลักษณะการให้บริการ) ปัจจัยในการดำเนินธุรกิจ 5M ประกอบด้วย 1) บุคคลากร (Man) 2) เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Machine) 3) อาคาร และที่ดิน (Material) 4) วิธีการดำเนินงาน (Method) 5) เงินทุน (Money) ถ้าไล่ที่ละข้อได้แก่ บุคคลากรซึ่งเรามีอย่างพอเพียง ณ ปัจจุบันมีสมาคมทางการแพทย์มุสลิมอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 องค์กร องค์กรหนึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และอีกองค์กรหนึ่งอยู่ทางใต้ ดังนั้นข้อนี้ผ่าน ต่อมาด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ ข้อนี้ตอบง่ายๆ คือ ถ้ามีเงินก็มีเครื่องมือ ต่อมาด้านอาคารและที่ดิน ข้อนี้แหละที่หินพอๆ กับการหาเงินทุน และสุดท้ายคือวิธีการดำเนินงานซึ่งผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ของแพทย์มุสลิมในประเทศไทยที่ปฏบัติงานอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในทุกระดับ ตั้งแต่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ จนถึงแพทย์ปฎิบัติการซึ่งมีอยู่อย่างมากมายนั้นสามารถเติมเต็มปัจจัยข้อนี้ได้ไม่ยากนัก ดังนั้นปัญหาและข้อจำกัดของการจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลามในประเทศไทย คือ ที่ดิน และเงินทุน หากมีสองอย่างนี้จัดตั้งได้แน่นอน ฟันธง!!!

โรงพยาบาลตามหลักอิสลามต้องใช้ที่ดินขนาดเท่าไร และใช้เงินทุนจัดตั้งขั้นต่ำเท่าไร คำตอบจากการศึกษาวิทยานิพนธ์การจัดตั้งโรงพยาบาลในจังหวัดสุพรรณบุรี และเชียงใหม่ พบว่าที่ดินที่น้อยที่สุดที่เหมาะสมในการสร้างโรงพยาบาลคือ 5 ไร่ ไม่ควรน้อยกว่านี้ และเงินทุนในการก่อสร้างอาคาร การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง (Pre Operational Expense) สำหรับโรงพยาบาล 100 เตียง เท่ากับ 300-500 ล้านบาท อื้อหือ เงินขนาดนี้จะไปหามาจากไหนล่ะครับพี่น้อง นี่ยังไม่รวมเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ที่ใช้สำหรับการรันธุรกิจนะครับ

แน่นอนครับ ถ้าง่ายจริงโรงพยาบาลตามหลักอิสลามในบ้านเราคงเกิดไปนานแล้ว การที่จะหาที่ดิน 5 ไร่ใน Area ที่เหมาะสม นั่นคือ อยู่ใจกลางเมือง (โรงพยาบาลถ้าไม่อยู่ใจกลางเมืองอาจต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีอนามัยหมู่บ้าน) และต้องอยู่ในพื้นที่ชุมชนมุสลิม ที่ดินขนาดนี้ สเปคขนาดนี้ ตกไร่ละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านครับ 5 ไร่ก็ปาเข้าไป 100 ล้านครับ ดังนั้นวิธีการหาที่ดินที่เป็นไปได้ที่สุด คือ การขอบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้า ผมย้ำครับว่า ผู้มีจิตศรัทธาอันแรงกล้าที่กล้าสละทรัพย์สินขนาดนี้เพื่อประโยชน์ของอุมมะห์มุสลิมไทย และหวังความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซบ.) และภาคผลจากซอดาเกาะห์ญารียะห์ (หมายถึง การบริจาคที่แม้ผู้บริจาคเสียชีวิตไปแล้วก็ยังได้ภาคผลในสิ่งที่ตนบริจาคอยู่) ผู้บริจาคที่มีคุณูประการขนาดนี้ควรได้รับการตอบแทนจากโรงพยาบาลในรูปของการเข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการ เช่น เป็นคณะกรรมการโรงพยาบาล หรือคณะผู้บริหาร หรือสามารถนำที่ดินที่ตนบริจาคบางส่วนมาตีเป็นหุ้นและรับผลตอบแทนได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับผลตอบแทนทั้งโลกนี้และโลกหน้า ผมเชื่อว่ามีพี่น้องมุสลิมไม่น้อยที่เป็น Landlord มีที่ดินมากมาย ฐานะก็ร่ำรวยอยู่แล้ว ไม่รู้จะเอาที่ดินไปทำอะไร มีความประสงค์ที่จะบริจาคที่ดินเพื่อการนี้โดยหวังการตอบแทนจากอัลลอฮ (ซบ.) ในโลกนี้และโลกหน้า แต่ยังขาดองค์กรที่สามารถให้ความเชื่อมั่นและหลักประกันได้ว่า ถ้าบริจาคที่ดินผืนนี้แล้ว องค์กรนั้นจะสามารถจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลามได้จริง ซึ่งเราเห็นมาแล้วในอดีตที่มีองค์กรหนึ่งพยายามจะจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลามในภาคใต้โดยขอรับบริจาคเงินจากพี่น้องมุสลิมร่วมสิบล้าน แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถจัดตั้งได้ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้พี่น้องผู้มีจิตศรัทธาเสื่อมศรัทธา

ประการต่อมา ด้านเงินทุน การที่จะหาเงินกว่า 300 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องใช้เงินจากผู้บริจาคหรือซื้อหุ้นสักกี่คน และใช้เวลานานสักเท่าไร นั่นคือคำถามที่ตอบยากมาก โครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้คงไม่สามารถพึ่งการบริจาคได้อย่างเดียว ต้องมีเรื่องของการระดมทุน (Fund Raising) เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคงยากที่จะเห็นโรงพยาบาลตามหลักอิสลามในช่วงชีวิตของเรา การระดมทุนมีด้วยกันหลายโมเด็ล เช่น วิธีแรก มุ่งเข้าหาเศรษฐีมุสลิมสัก 100 คนในประเทศไทยที่มีความสามารถบริจาคหรือซื้อหุ้นได้คนละ 3 ล้านบาท ผู้อ่านลองตอบในใจนะครับว่าเป็นไปได้หรือไม่ วิธีที่สอง รับบริจาคหรือซื้อหุ้นรายย่อยทั่วไปตามศูนย์กลางอิสลาม งานมัสญิด หรือแม้กระทั่งผ่านสื่ออย่างทีวีมุสลิม ค่าเฉลี่ยการบริจาคของมุสลิมในไทยผมประมาณคร่าวคือ 3,000-10,000 บาท คิดคร่าวๆ ต้องมีคนบริจาคมากถึง 30,000-100,000 คน หรือคิดในอีกรูปแบบหนึ่งงานหาทุนขององค์กรมุสลิมที่สุดยอดที่สุดในสังคมมุสลิมที่เห็นในบ้านเราคือ การหาทุนของมูลนิธิศรัทธาชนเพื่อการศึกษาและเด็กกำพร้าที่จัดงานปีละ 1 ครั้ง สามารถหาเงินได้สูงถึง 4 ล้านบาทในคืนเดียว ถึงกระนั้นก็ตามหากจัดงานได้อย่างศรัทธาชนก็ต้องจัดถึง 75 ครั้งหรือ 75 ปีครับพี่น้อง ผมว่าผมคงตายก่อนไม่มีโอกาสได้เห็นโรงพยาบาลตามหลักอิสลามอย่างแน่นอน วิธีที่สาม เข้าหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศมุสลิมในตะวันออกกลาง ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะได้เงินทุนเป็นกอบเป็นกำ ไม่ว่าจะเป็นการผ่านสถานฑูตประเทศมุสลิมในไทยกว่า 20 สถานฑูต ธนาคารอิสลามเพื่อการพัฒนา (IDB) หรือแม้กระทั่งมูลนิธิของมหาเศรษฐีดูไบอย่างเชคมูฮัมหมัด อัลมักตูม เจ้าครองรัฐดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งวิธีนี้ต้องใช้ Lobbyist ที่มี Connection ปึ้กมากบวกกับทีมงานที่มีศักยภาพและความเป็นมืออาชีพร้อมกับเอกสารต่างๆ ที่ชี้ชวนและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคณะทีมงาน ซึ่งก็ไม่ง่ายและไม่ยากจนเกินไป วิธีสุดท้ายคือการหาแหล่งเงินทุนจากธนาคาร ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถระดมเงินทุนได้มาก อาจถึงร้อยละ 50 ของทุนจัดตั้ง ปัจจุบันก็มีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงค์) ที่เป็นแหล่งสินเชื่อที่ปลอดดอกเบี้ย เหมาะสมกับการนำมาดำเนินธุรกิจของมุสลิม อย่างไรก็ตามวิธีนี้มีข้อเสียที่โรงพยาบาลมีข้อผูกมัดและภาระหนี้กับธนาคารที่ต้องชำระอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นแรงกดดันในการดำเนินงานอย่างหนึ่ง ผู้อ่านคงเห็นภาพในระดับหนึ่งแล้วว่าการที่จะได้เงินมาสัก 300 ล้านคงไม่สามารถใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งข้างต้นมาระดมทุน แต่ต้องใช้ทุกวิธีที่กล่าวมาคือ 1+2+3+4 ในการหาทุนถึงจะสามารถระดมทุนได้สำเร็จภายในกรอบระยะเวลาอันสั้น

นอกเหนือไปจาก 5M ข้างต้นแล้ว การจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลามต้องอาศัยทีมงานในการบริหารโครงการ (Project Management Team) ที่มีศักยภาพ ประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพในการที่จะดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลามได้ภายในกรอบระยะเวลา ทีมงานนี้ประกอบด้วย พนักงาน Full Time ที่ต้องมีเงินเดือน มีสถานที่ตั้งสำนักงานในการติดต่อประสานงาน มีทุนเริ่มต้น และมีคณะที่ปรึกษาด้านต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการหาทุน และที่สำคัญที่สุดต้องมีแผนธุรกิจ (Business Plan) ที่สามารถสร้างความเชื่อถือให้กับโครงการและทีมงาน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่าโครงการนั้นสามารถสร้างผลกำไร และกิจการสามารถเลี้ยงตัวเองได้ นอกจากนั้นแผนธุรกิจยังใช้ในการชักชวนหรือชี้ชวนให้ผู้คนมาร่วมบริจาคหรือซื้อหุ้นของโรงพยาบาล

โดยสรุปแล้ว การจัดตั้งโรงพยาบาลตามหลักอิสลาม ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ อันได้แก่ คณะบุคคลากรทางการแพทย์และนักธุรกิจร่วมมือกัน ที่ดิน เงินทุน ทีมงานในการบริหารโครงการ และแผนธุรกิจ หากสามารถเติมเต็มได้ทุกส่วนที่ว่ามานี้ ประกอบกันเจตนาอันบริสุทธ์ที่หวังในความโปรดปรานจากอัลลอฮ์ (ซบ) ในการที่จะรับใช้สังคมมุสลิม และตอบสนองภาระหน้าที่ (ฟัรฏิกิฟายะห์) ผมเชื่อว่าโรงพยาบาลตามหลักอิสลามแห่งแรกในประเทศไทยคงไม่ยากเกินไปสำหรับสังคมมุสลิมในบ้านเรา อินชาอัลลอฮ

ธุรกิจฮาลาล Halal Business

โดย สมชาติ มิตรอารีย

http://www.การเงินอิสลาม.com และ http://www.islamicfinancethai.com

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s